Kritiya's profile~* PinGPonG *~PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
~* PinGPonG *~::I'm a ShoPahOLic GiRL:: August 10 R.I.P LEOลีโอ...จากพวกเราไปแล้ว...วันนี้ ประมาณ 10 โมง
ลีโอ...ไปอยู่บนสวรรค์ของน้องหมาแล้ว
ฝากพระเจ้าดูแลลีโอด้วยนะคะ
August 01 แด่.. LEO หมาที่รักคุณเคยเลี้ยงหมาไหม... เคยรู้สึกผูกพันกับสัตว์เลี้ยงของคุณมากๆ รึเปล่า
ถ้าคุณรักหมาของคุณมาก คงจะเข้าใจความรู้สึกของปองว่า ในตอนนี้รู้สึกยังไงบ้าง
ลีโอ เข้ามาอยู่ที่บ้านปอง ประมาณ 10 ปีได้แล้วมั้ง อยู่กันมานานจนจำไม่ได้แล้ว
ว่าหมาตัวนี้เข้ามาเป็นส่วนนึงของครอบครัวเรานานแค่ไหน
รู้แต่ว่า นานตั้งแต่เรายังไม่ย้ายบ้าน
ตอนนั้น ยังอยู่บ้านเก่า ไม่มีพื้นที่ให้มันวิ่งเล่น
ตอนที่มันเข้ามาอยู่ในบ้าน ก็มากัน 2 ตัว หลุยส์ กับ ลีโอ พี่น้องดูโอ
ทุกๆ วันมันทั้ง 2 ตัว จะไป นอนในห้องน้ำ เพราะ เพราะชอบอากาศเย็นๆ
พอบ้านหลังใหม่ใกล้จะเสร็จ ก็ย้ายมันทั้ง 2 ตัว มาอยู่บ้านใหม่ที่คอหงส์
หลุยส์ กับ ลีโอ น่ารักมาก ทุกๆ วันจะคอย ช่วยกันวิ่งตรวจบริเวณในบ้าน เห่าคนแปลกหน้า
พอตกดึก ก็ช่วยกันเฝ้าบ้านได้อย่างดี
อัลเซเชียน เป็นหมาที่ฉลาด แล้วก็รักเจ้าของมากๆ เลย
ทุกๆ วัน เวลากลับเข้าบ้าน พอจอดรถเสร็จมันจะวิ่งมารับ ส่งเข้าบ้าน
แล้วก็จะวิ่งออกไป พอเห็นเราเข้าบ้านแล้ว
อยู่มาวันนึง หลุยส์ก็ตาย สาเหตุการตายของมันเป็นยังไงก็ไม่รู้
แต่คาดว่า มันจะถูกงูกัด เพราะว่า มันนอนอยู่ในกรง แล้วก็ตายอย่างเงียบๆ ไม่มีใครรู้
หลังจากนั้น ลีโอ ก็เฝ้าบ้าน อย่างเหงาๆ เพราะขาดคู่ใจ คือ หลุยส์ นั่นเอง
ถึงแม้ว่าที่บ้าน จะมีหมาเยอะแยะ แต่ลีโอ ก็ไม่ได้ มีใครมาเป็นคู่หูอีกเลย
อยู่ตัวเดียว เหงาๆ แต่ก็ยังวิ่งเล่นในบ้าน เฝ้าบ้าน รับเจ้าของ เหมือนเดิม ไม่บกพร่อง
ผ่านมาทุกๆ วัน จนถึงไม่กี่วันมานี้
ลีโอ มีท่าทีแปลกๆ ไป ซึมๆ เศร้าๆ มากๆ
พวกเราก็ไม่ได้เอะใจ มาก นึกว่ามันไม่ได้เป็นอะไร
จนพาลีโอไปหาหมอ หมอที่ดีที่สุดในหาดใหญ่
หมอบอกว่า มันแก่แล้ว กระดูกมันเสื่อม รักษายังไงก็ไม่ได้แล้ว
มีแต่พยุงอาการของมันไปเรื่อยๆ ให้กินยาบำรุงกระดูก และทางที่ดี ควรพามันไป ว่ายน้ำ ออกกำลังกาย
ลีโอก็อยู่ที่บ้าน วิ่งไปวิ่งมาได้ซัก 10 วัน
จนมาวันนึง มันไม่กินข้าว ไม่นั่ง และ ไม่นอน
แปลกมาก ลีโอ ยืนตลอดเวลา มองกี่ทีๆ ลีโอก็ยืนอยู่ตรงนั้น
เลยบอกว่า ไม่ได้แล้ว ต้องพามันไปหาหมอ
หลังจากนั้น อยากรู้ไหมว่ามันเป็นยังไงบ้าง
...
ลีโอ นอนรักษาตัวรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลหมอสุรศักดิ์ เป็นเวลา 1 อาทิตย์เต็ม
ทั้งตรวจเลือด เอ็กซเรย์ ให้น้ำเกลือ และให้ยาที่ดีที่สุด
ลีโอก็ไม่ดีขึ้น ซ้ำยังแย่ลง เพราะต้องออกไปนอนในที่ๆ ไม่มีใครที่มันรู้จัก สุขภาพจิตย่ำแย่
มันไม่ได้ลุกขึ้นยืนอีกเลย หลังจากวันนั้นมา
ตลอดเวลาที่ลีโอ ไปอยู่โรงพยาบาล ปองไม่ได้ไปเยี่ยมมัน เพราะว่า เศร้าใจเกินกว่าจะไปดูมันได้
แต่ม๊า เจ๊คิ้ม พี่ต้าร์ แล้วก็พี่นึก ก็ได้ไปดูมันตลอด ทุกๆ วัน วันละ 2 ครั้ง
ปองก็ถามถึงสภาพมันตลอดมา แล้วก็ไม่ได้รู้สึกดีขึ้นเลย พอได้รับรู้อาการของมัน
วันอาทิตย์ เจ๊คิ้ม และพี่นึก ก็ไปรับมันกลับมาบ้าน
เพราะ หมอก็ไม่สามารถทำให้มันดีขึ้นไปกว่านี้ได้แล้ว
พวกเราเลยคิดว่า พามันกลับมาอยู่ในบ้าน และ ให้มันสบายใจที่ได้กลับมาอยู่ที่บ้านแล้วจะดีกว่า
ครั้งแรกที่เห็นมันที่บ้าน รู้สึกหดหู่มากๆ เลย เพราะว่าไม่คิดว่า
ระยะเวลาเพียงแค่ 1 อาทิตย์ จะทำให้สภาพของมันย่ำแย่ได้มากขนาดนี้
มันเดินไม่ได้ เห่าไม่ออก ไม่ค่อยมีเสียง นอนได้อย่างเดียว
ซ้ำยังเป็นแผลกดทับอย่างมาก ที่ตัวทั้ง 2 ด้าน เพราะ มันนอนได้อย่างเดียว ลุกไม่ขึ้น
แผลของมัน น่ากลัวมากๆ เห็นแล้ว สงสารลีโอมากๆ เลย
มันคงจะทรมาณมากๆ เลย
อีกทั้ง ผลเอ็กซเรย์ ที่ออกมาว่า มีก้อนอะไรบางอย่าง ที่ดันระหว่างหัวใจกับปอดของมัน
ซึ่ง เครื่องเอ็กซเรย์ที่ดีที่สุดในหาดใหญ่ ก็ยังไม่ดีพอ ที่จะบอกได้ว่า ก้อนบ้าๆ นั้น คืออะไร
หมอบอกได้แค่ว่า ถึงเราจะรู้ ก็ไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว
ทุกวันนี้ พวกเราทุกคน ก็ได้แต่หวังว่า ลีโอ จะดีขึ้น
ทั้งๆ ที่ เราอาจจะไม่มีความหวัง
เราช่วยกัน ที่จะหาวิธีให้ แผลกดทับที่ตัวของมันดีขึ้น หมั่นทำแผล
และพลิกตัวมัน วันละ 2 ครั้ง
หวังแค่ว่า มันจะดีขึ้น แล้วก็แห้ง ร่างกาย สร้างเนื้อขึ้นมาใหม่
ไม่ติดเชื้อในกระแสเลือด ที่จะเป็นอีกสาเหตุ ที่ทำให้มันจากพวกเราไป
แต่รู้ไหมว่า ทุกครั้งที่บอกให้ลีโอเข้มแข็ง เราก็ทำใจให้เข้มแข็งไม่ได้เหมือนกัน
บางครั้ง อยากจะบอกมันว่า ถ้าลีโอไม่ไหวแล้ว ไม่ต้องทนนะ เราไม่อยากให้มันอดทนทรมาณอีก
ถ้าลีโอไม่ไหว อยากให้ลีโอหลับไปนะ ไม่ต้องห่วงพวกเรา พวกเราจะคิดถึงแก พวกเราไม่มีวันลืมแกแน่นอน
.. พวกเรารักแกนะ ...ลีโอ ..
June 08 เรื่องตื่นเต้นเมื่อคืน นึกคึกอะไรไม่รู้ อยากขับรถเล่นไปเรื่อยๆ ด้วยอารมณ์เปลี่ยว เลยอยากไปที่เปลี่ยวๆ ซะงั้น
แรกเริ่ม รู้สึกอยากขับไปสงขลา นั่งริมหาดตอนกลางคืน ให้บรรยากาศสุดซึ้ง
แต่อีกใจนึงก็คิดว่า แมร่ง ถ้าไปแล้ว จะมีพายุเข้าไหมเนี่ย
ช่วงนี้ฟ้าฝนยิ่งไม่เป็นใจอยู่ด้วย
เลยเปลี่ยนไปทิศทางตรงกันข้าม...
ขับรถผ่านศูนย์วิจัย...แล้วก็ผ่าน มอ. ....ผ่านไปๆ เรื่อยๆ ผ่านแมคโคร ยู้ฮู๊...
ไปเรื่อยๆ เลยดีกว่า ปล่อยใจล่องลองไปตามเสียงเพลง
พอเริ่มเข้าเขตบ้านพรุ รู้สึกว่า บรรยากาศมันมืด วังเวง น่ากลัวจับใจซะเหลือเกิน
จะมีใครมานั่งหลังรถชั้นไหมวะเนี่ย แทบจะไม่อยากมองกระจกหลังเลย
กลัวผีมากๆ เลยคร๊าบบบ เลย ตัดสินใจ ข้างหน้า ต้องมี u-turn แน่ๆ
ถ้าเจอจุดแรกเมื่อไหร ขอตีรถกลับบ้านนะบัดนั้นเลยดีกว่า
พอเห็นป้ายข้างหน้า ความหวังเรืองรอง ไชโย๊...เหยียบเบรกลดความเร็ว
ชิดขวา เปิดไฟเลี้ยว...ติ๊กๆๆๆๆ
และด้วยสายตาดั่งเหยี่ยวพิการ เหลือบไปเห็น อะไรดำๆ อยู่ที่พื้นวะนั่น
แว๊กๆๆๆ เบรกๆๆๆ เบี่ยงเลนทันที ทันเวลา
เหลือบหันไปดูข้างๆ ว่ามะกี๊ถ้าตรูมองไม่เห็น คงจะตี๊บทับไปแล้ว มันคือ อะไร
....
กรี๊ดดดดดดด
พระเจ้าช่วย อุว๊าย มาย ก๊อดดด มันคือ คน คับๆ เพื่อน
คนนอน ตัวบิด หัวพาดกับเกาะกลางอยู่
หัวใจเริ่มเต้น เริ่งสปีดแรงกว่าตกนรก และเข้าสูจุดเยือกแข็ง ภายใน 1 วิ
เมื่อกี๊ถ้าชั้นไม่เบรก อิคนที่มันนอนบาดเจ็บอยู่ที่พื้น อาการสาหัส ก็คงจะสิ้นชีพด้วยฝีมืออิชั้นเอง
กรี๊ดดด... โชคดีที่ยังมีสติเหยียบเบรก เบี่ยงเลน โอววววว...
ณ เวลานั้น ก็คิดว่า โชคดีไปเว๊ย ไม่งั้นชั้นคงจะเป็นฆาตรกรไปแล้วหง่า...
คงเป็นความโชคดี ในความโชคร้ายละมั้ง..งืมๆๆ
และเรื่องดีๆ อีกอย่าง ก็คือ วันนี้คุยกับกล้า ถามว่า เฮ้ย อิคนนี่นอนอยู่ที่พื้นเมื่อคืนอ่ะ
คิดว่าไงมั่ง
กล้าตอบว่า น่าจะตายคาที่ เพราะ คงจะปลิวว่อนมาจากอีกฝั่งนึง และ
บนพื้นถนน ก็มีเลือดสาดอยู่เต็มเลย
กรี๊ดดดด ชั้นโชคดีนะเนี่ย ที่โลกของชั้นตอนนี้มันเป็นสีเทา
ไม่งั้น คงจะมองเห็นภาพเลือดที่น่าสยดสยองนั้นไปแล้ว
พี่คนนั้น..ที่หนูพูดถึง ไม่ว่ายังไงก็ตาม หวังว่า พี่จะโชคดี หายรอดปลอดภัย
แต่ถ้าเกิดพี่เป็นอะไรไป หนูขอให้พี่ไปสู่สุขคตินะคะ อโหสิให้หนูด้วย ที่เอาเรื่องนี้มาเล่าสู่กันฟังค่ะ
(ไม่ต้องมาเยี่ยมหนูนะคะ ... จะเป็นพระคุณอย่างยิ่งเลยค่ะ)
February 13 ซื้อหวย...ยังง่ายกว่าเฮ้อ..ช่วงนี้จะเรียกว่าอยู่ในช่วงสูงสุดของการทำงาน หลังเรียนจบก็ว่าได้
เพราะงานยุ่งมากๆ จากที่เคยนั่งทำงานไป เล่นเน็ตต๊อกๆ แต๊กๆ คุยกับเพื่อนๆ ไป
ตอนนี้แทบจะไม่มีเวลาเลย.. ไม่สบายก็หยุดงานไม่ได้ เพราะมันเป็นธุรกิจของเราเอง
ไม่รู้สิ... บางครั้งก็ยังเคยนึกท้อเลยว่า
ทำไม พ่อเราถึงทำให้เรามากมายขนาดนี้นะ เราไม่ต้องการเลย อยากอยู่สบายๆ ทำงานไปเรื่อยๆ
แต่ถ้ามองกลับกันล่ะ ก็จะคิดว่า อื้ม พ่อเรานะ ดีที่สุดเลย คิดถึงลูก อยากสร้างงานให้ลูก
ในใจก็เถียงกันแบบเนี๊ยะ วันเว้นวัน.. วันนึงก็ดี วันนึงไม่ดีอีกแล้ว
มีงานน่ะดี เพราะมีเงิน
แต่ว่างานมากเกินไป... มันก็ไม่ดีใช่ม๊า
ทุกวันนี้ แทบจะไม่มีเวลาทำอะไรอย่างอื่น นอกจากงาน
เพื่อนไม่อาจจะเลิกคบ .. เพราะไม่มีเวลาจะคุยด้วย กลางวันก็งานยุ่ง ไม่ได้รับสาย
พอตกดึก ก็เหนื่อยจนหลับตั้งแต่หัวค่ำ ทำตัวเป็นสาวทึนทึกไปนั่นล่ะ
แฟน ก็ ... อย่าให้พูดถึง ... ยังมีอยู่รึเปล่าเนี่ย อิอิ
เพราะไม่มีเวลาคุย ไม่มีเวลาเจอ คนเรามันก็เลยเปลี่ยนไปละมั้งเนอะ
พ่อแม่ พี่น้อง เจอกันทุกวันเลย แต่ว่า แทบจะไม่ได้คุยเฮฮา เพราะ คุยแต่เรื่องงาน
ช่วงนี้จะว่าไปก็ขายดีมากๆ เพราะว่า ทำโปรโมชั่นลดราคา แต่ใจก็ไม่ Happy นะ
ก็เพราะว่า มันขายดีเกินไป งานยุ่ง เหนื่อย พนักงาน กับช่างก็ทำงานกันเกือบตาย
ถ้าชั้นไปประกอบตู้ได้ ก็จะไปทำกะเค้าเหมือนกันนะ เพราะก็เห็นใจคนงานเหมือนกัน
ตอนนี้ก็ป่วย เป็นหวัด แพร่กันไป ก็แพร่กันมาในร้าน จะมีวันได้หายไหม
เพื่อนๆ คนไหน ได้ คุย ได้ เจอ ก็ ฮืม.... โชคดี โคตๆๆๆๆ
ยิ่งถ้าได้เจอใน msn ขอแนะนำให้ไปซื้อหวย เพราะ โชคดีสุดๆ แล้ว
บ่นอะไรนะชั้น...
จะวันเกิดแล้ว โตขึ้นอีกปี แต่อยากให้พุงยุบลงอีกนิด โอม...เพี้ยงงงงงงงง October 31 อิจฉาๆๆๆๆ ตาร้อนเฮ้อ...ใครจะหาว่าชั้นเชยก็ช่างอะนะ แต่มันก็จริงที่เราเพิ่งจะได้ดูหนังเกาหลี เรื่อง Love Story In Harvard
ได้ยินมานานแล้วว่าสนุก แต่ก็นะ ไม่มีอารมณ์ดู
พอได้ดูแล้ว กรี๊ดๆๆๆ ชอบอ่ะ ชอบๆๆๆๆ
แอบอิจฉาเค้าด้วยค่ะ ว่าทำไมน๊า...ถึงได้มีความรักที่น่าอิจฉาอย่างนี้
อย่าไปนับเรื่องอุปสรรคอะไรเลยนะ
มองแค่ที่เค้า 2 คนเจอกันแล้วได้รักกันอ๊ะ แค่นี้ก็พอแล้วแหละ
ดูแล้วก็ยิ้มได้ทั้งเรื่อง มี 18 แผ่นใช่ม๊า ก็ร้องไห้มันทุกแผ่นเลย
หนังทั้งขำแล้วก็เค้นอารมณ์คนเปลี่ยอย่างเรา ก็เลยชอบ อิอิ..
ดูแล้วอยากแต่งงานหง่ะ เหอๆๆๆ จะมีวันนั้นไม๊เนี๊ยะ อิอิ
ฝันกลางวัน...
โอ๊ย อิจฉาๆๆๆ
กรุณาให้อภัยคนกำลังบ้าคลั่งนะ October 18 .. บ่นๆ ..ช่วงนี้ยุ่งๆ เหนื่อยๆ เลยนะ ยังดีที่มีเพื่อนๆ อยู่ใกล้ๆ
วันก่อนก็ไปเที่ยวมังกี้กัน ถึงคนจะเยอะจนขยับตัวแทบจะไม่ได้
แต่ก็สนุกไปอีกแบบนะ
ตัวเองก็รู้สึกว่า เอ๊ะ ทำไมชั้นแก่มากเกินไปรึเปล่า ถึงรู้สึกว่ามันน่าเบื่อกว่าเมื่อก่อนนะ
หมดความสนุกสนานไปเยอะ ก็เพราะว่าเมื่อก่อนไปเที่ยว
ก็เน้นเหล่หนุ่ม ใครน่ารักก็ส่งสายตา แต่ตอนนี้มันมองไม่เห็นนะสิ
ถ้าใส่แว่นไปก็ยิ่งแก่เข้าไปอีกสินะ เหอๆ
เอาไว้ให้ไปทำหน้าก่อนละกันนะ อีกไม่กี่เดือน ชั้นก็จะสวยเหมือนเดิมแระ อิอิ
ตอนนี้อึ๊แมงวันเต๊มไปหมด บวกกับกระ ที่เห่อขึ้นมา เฮ้อ โรคขัดสวยจริงๆนะ
วันเสาร์ที่แล้วไปเดินซื้อของมือ 2 กับแนนซี่ + ปอนด์
ก็หนุกๆ ดีนะ ไม่ได้ช๊อปของแบบนี้นานมากแล้ว
แต่โคตรคันเลยหง่ะ ยุ๊บยิ๊บๆๆ ไปทั้งตัว ซื้อมาต้องมาแช่เด็ทตอลก่อนซักซะหลายวัน
ช่วงก่อนก็คิดว่าตัวเองกระชุ่มกระชวยมากเลยนะ
มีคนที่เราอยากคุยด้วยมากๆ คุยแล้วก็รู้สึกดี จนเราคิดว่า เอ้อ มีคนที่คิดเหมือนเราด้วย
แต่ก็นะ ช่างมันเหอะ
ตอนนี้ก็เหงาๆ เพราะว่าไม่ได้แชทกับใครเลย พี่นิวก็ป่วย ถ้าหายก็คงได้คุยกันอีก
แล้วก็อาจจะมีของเด็ดๆ มาเผยแพร่อีก อิอิ
จะกินเจแล้ว เพื่อนๆ มากินเจกันนะจ๊ะ ถ้ากินเจ 1 คน ต่อ 1 วัน จะช่วยชีวิตที่น่าสงสารได้อีกมากมายเลยนะ
ได้บุญมากเลยล่ะ ช่วยๆ กันนะ สาธุ๊....
เฮ้อ...เบื่อๆๆๆ
August 27 ..............I got to thinking about FATE.
That crazy concept that we are not responsible for the course of our life takes,
that is all predestined, written in the STARS.
Maybe that explains why, if you live in the city where you can’t even see the stars,
your love life tends to feel a little more RANDOM.
Even if our every man, every kiss, every heartache is preordered from some cosmic catalog,
can we still make the wrong step and wander off our own personal milky WAY?
I couldn’t help but wonder, CAN YOU MAKE A MISTAKE AND MISS YOUR FATE?
Maybe our mistakes are what shape our fate. If we veered into a different direction, it may lead us back. After all, seasons change; years come and go,
but the ones you love, stays in your HEART.”
Perhaps it is fate, or it is our choices in life, or it is God’s will that shapes our existence in this universe.
|
||||
|
|